ระภาวนาโพธิคุณ(พระอาจารย์โพธิ์) เมตตาแสดงพระธรรม ปฏิบัติจิตตภาวนา แก่พระภิกษุ และ พุทธบริษัท

พุธ ๑๑ ตค.๖๐(๑๓.๐๐-๑๔.๐๐) พระภาวนาโพธิคุณ(พระอาจารย์โพธิ์) เมตตาแสดงพระธรรม ปฏิบัติจิตตภาวนา แก่พระภิกษุ และ พุทธบริษัท ณ.ลานหินโค้ง วัดธารน้ำไหล สวนโมกขพลาราม… @…การปฏิบัติ ๔ประการ. สิ่งที่ควรเรียนรู้และใส่ใจให้ดี เกี่ยวกับ
การไม่รู้จักอดทน เป็นอย่างไร?
การอดทน เป็นอย่างไร?
การรู้จักข่มใจ เป็นอย่างไร?
การเพื่อระงับ เป็นอย่างไร?

ดูกรภิกษุทั้งหลาย…ปฏิปทา ๔ ประการนี้ เป็นไฉน?
คือ การปฏิบัติไม่อดทน ๑ การปฏิบัติอดทน ๑
การปฏิบัติข่มใจ ๑ การปฏิบัติระงับ ๑

ดูกรภิกษุทั้งหลาย…ก็การปฏิบัติไม่อดทนเป็นไฉน ?บุคคลบางคนในโลกนี้ เขาด่า ย่อมด่าตอบ
เขาขึ้งโกรธ ย่อมขึ้งโกรธตอบ เขาทุ่มเถียง
ย่อมทุ่มเถียงตอบ นี้เรียกว่าการปฏิบัติไม่อดทน ฯ

ดูกรภิกษุทั้งหลาย…ก็การปฏิบัติอดทนเป็นไฉน ?บุคคลบางคนในโลกนี้ เขาด่า ไม่ด่าตอบ เขาขึ้งโกรธ
ไม่ขึ้งโกรธตอบ เขาทุ่มเถียง ไม่ทุ่มเถียงตอบ
นี้เรียกว่าการปฏิบัติอดทน ฯ

ดูกรภิกษุทั้งหลาย…ก็การปฏิบัติข่มใจเป็นไฉน?
ภิกษุในธรรมวินัยนี้ เห็นรูปด้วยจักษุแล้ว
ไม่ถือโดยนิมิต ไม่ถือโดยอนุพยัญชนะ
ย่อมปฏิบัติเพื่อสำรวมจักขุนทรีย์ที่เมื่อไม่สำรวมแล้ว
จะพึงเป็นเหตุให้ธรรมอันเป็นบาปอกุศล
คือ อภิชฌาและโทมนัสครอบงำได้
ย่อมรักษาจักขุนทรีย์ ย่อมถึงความสำรวม
ในจักขุนทรีย์ ฟังเสียงด้วยหู ดมกลิ่นด้วยจมูก
ลิ้มรสด้วยลิ้น ถูกต้องโผฏฐัพพะด้วยกาย
รู้แจ้งธรรมารมณ์ด้วยใจแล้ว เป็นผู้ไม่ถือโดยนิมิต
ไม่ถือโดยอนุพยัญชนะ ย่อมปฏิบัติ
เพื่อสำรวมมนินทรีย์ที่เมื่อไม่สำรวมแล้ว
จะพึงเป็นเหตุให้ธรรมอันเป็นบาปอกุศล
คือ อภิชฌาและโทมนัสครอบงำได้
ย่อมรักษามนินทรีย์ ย่อมถึงควา

มสำรวมในมนินทรีย์
ดูกรภิกษุทั้งหลาย นี้เรียกว่าการปฏิบัติข่มใจ ฯ

ดูกรภิกษุทั้งหลาย…ก็การปฏิบัติระงับเป็นไฉน ?
ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ย่อมไม่รับรอง ย่อมละ
ย่อมบรรเทาซึ่งกามวิตกที่เกิดขึ้นแล้ว ให้ระงับไป
กระทำให้สิ้นสุด ให้ถึงความไม่มี ย่อมไม่รับรอง
ย่อมละ ย่อมบรรเทาซึ่งพยาบาทวิตก วิหิงสาวิตก
ย่อมไม่รับรอง ย่อมละ ย่อมบรรเทาซึ่งธรรม
อันเป็นบาปอกุศลที่เกิดขึ้นแล้วๆ ให้ระงับไป
กระทำให้สิ้นสุด ให้ถึงความไม่มี
ดูกรภิกษุทั้งหลาย นี้เรียกว่าการปฏิบัติระงับ

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ปฏิปทา ๔ ประการนี้แล.

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๑
พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๓
อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต.

การเปรียบ อุปมา (ภาพการสอนโดยรวม ของพระพุทธเจ้า).

คืนที่๒ วันศุกร์ ๑๓ ตค.๖๐ ฟังธรรม,นั่งสมาธิ ณ.ทีปภาวันธรรมสถาน เกาะสมุย สุราษฎร์ธานี. ###. @… การเปรียบ อุปมา (ภาพการสอนโดยรวม ของพระพุทธเจ้า). การให้น้ำหนัก การชี้ให้เห็นความสำคัญของ ธาตุ4 , ขันธ์5 , นันทิ ราคะ , อายตนะภายใน6 , ความหมายของ ฝั่งข้างนี้ , ห้วงน้ำใหญ่ , ฝั่งข้างโน้น , และแพ(อาศัยใช้ข้ามไป) อาสีวิสสูตร

[๓๐๙] ข้าพเจ้าได้สดับมาแล้วอย่างนี้
สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวัน อารามของท่านอนาถบิณฑิก
เศรษฐี ใกล้พระนครสาวัตถี ครั้งนั้นแล พระผู้มีพระภาคตรัสกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้ง
หลาย เหมือนอย่างว่า มีอสรพิษ ๔ จำพวก ซึ่งมีฤทธิ์เดชแรงกล้า ถ้ามีบุรุษรักชีวิต ผู้ไม่
อยากตาย รักสุข เกลียดทุกข์ ชนทั้งหลายพึงกล่าวกะเขาอย่างนี้ว่า ดูกรท่าน อสรพิษ ๔ จำพวก
นี้ มีฤทธิ์เดชแรงกล้า ท่านพึงปลุกให้ลุกตามเวลา ให้อาบน้ำตามเวลา ให้กินอาหารตามเวลา
ให้เข้าสู่ที่อยู่ตามเวลา เวลาใดอสรพิษทั้ง ๔ จำพวกนี้ ตัวใดตัวหนึ่งโกรธขึ้น เวลานั้นท่านก็
จะพึงถึงความตาย หรือถึงทุกข์แทบปางตาย กิจใดที่ท่านควรทำ ก็จงทำกิจนั้นเสีย ฯ

[๓๑๐] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ครั้งนั้น บุรุษนั้นกลัวอสรพิษทั้ง ๔ จำพวกนั้น จึงหนีไป
ในที่อื่น ชนทั้งหลายพึงกล่าวกะเขาอย่างนี้ว่า ดูกรท่าน มีเพชฌฆาตผู้เป็นฆ่าศึกอยู่ ๕ คน ได้ติด
ตามมาข้างหลังท่าน พบท่านในที่ใด ก็จะฆ่าท่านเสียในที่นั้น กิจใดที่ท่านควรทำ ก็จงทำกิจ
นั้นเสีย ฯ

[๓๑๑] ครั้งนั้นแล บุรุษนั้นกลัวอสรพิษทั้ง ๔ จำพวก และกลัวเพชฌฆาตผู้เป็นฆ่า
ศึกทั้ง ๕ คนนั้น จึงหนีไปในที่อื่น ชนทั้งหลายพึงกล่าวกะเขาอย่างนี้ว่า ดูกรท่าน มีเพชฌฆาต
คนที่ ๖ ซึ่งเที่ยวไปในอากาศ เงื้อดาบติดตามมาข้างหลังท่าน พบท่านในที่ใด ก็จะตัดศีรษะของ
ท่านเสียในที่นั้น กิจใดที่ท่านควรทำ ก็จงทำกิจนั้นเสีย ฯ

[๓๑๒] ครั้งนั้น บุรุษนั้นกลัวอสรพิษทั้ง ๔ จำพวกซึ่งมีฤทธิ์เดชแรงกล้า กลัว
เพชฌฆาตผู้เป็นฆ่าศึกทั้ง ๕ และกลัวเพชฌฆาตคนที่ ๖ ซึ่งเที่ยวไปในอากาศเงื้อดาบอยู่ จึงหนี
ไปในที่อื่น เขาพบบ้านร้างเข้า จึงเข้าไปสู่เรือนร้างว่างเปล่าหลังหนึ่ง ลูบคลำภาชนะว่างเปล่า
ชนิดหนึ่ง ชนทั้งหลายพึงกล่าวกะเขาอย่างนี้ว่าดูกรท่าน มีโจรทั้งหลายคอยฆ่าชาวบ้าน เข้ามา
สู่บ้านร้างนี้เสมอ กิจใดที่ท่านควรทำก็จงทำกิจนั้นเสีย

[๓๑๓] ครั้งนั้น บุรุษนั้นกลัวอสรพิษทั้ง ๔ กลัวเพชฌฆาตทั้ง ๕ กลัวเพชฌฆาตคน
ที่ ๖ และกลัวโจรผู้คอยฆ่าชาวบ้าน จึงหนีไปในที่อื่น เขาไปพบห้วงน้ำใหญ่แห่งหนึ่ง ฝั่งข้าง
นี้น่ารังเกียจ เต็มไปด้วยภัยอันตราย ฝั่งข้างโน้นเป็นที่เกษมปลอดภัย เรือแพ หรือสะพานที่
จะข้ามไปฝั่งโน้นไม่มี ฯ

[๓๑๔] ครั้งนั้น บุรุษนั้นมีความคิดอย่างนี้ว่า ห้วงน้ำนี้ใหญ่นัก ฝั่งข้างนี้เป็นที่น่า
รังเกียจ เต็มไปด้วยภัยอันตราย ฝั่งข้างโน้นเป็นที่เกษมปลอดภัยเรือแพ หรือสะพานที่จะข้าม
ไปฝั่งโน้นก็ไม่มี ผิฉะนั้น เราควรจะมัดหญ้ากิ่งไม้และใบไม้ ผูกเป็นแพ เกาะแพนั้น พยายาม
ไปด้วยมือและด้วยเท้า ก็พึงถึงฝั่งโน้นได้โดยความสวัสดี ครั้นแล้ว บุรุษนั้นทำตามความคิด
ของตน ก็ว่ายข้ามฟากถึงฝั่งข้างโน้นแล้ว เป็นพราหมณ์ขึ้นบกไป ฯ

[๓๑๕] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ข้ออุปมานี้ เราสมมติขึ้นเพื่อจะให้รู้เนื้อความโดยง่าย ใน
ข้อนั้นมีเนื้อความดังนี้ คำว่า อสรพิษที่มีฤทธิ์แรงกล้าทั้ง ๔ จำพวกนั้น เป็นชื่อแห่งมหาภูตรูป
๔ คือ ธาตุดิน ธาตุน้ำ ธาตุไฟ ธาตุลม คำว่าเพชฌฆาตทั้ง ๕ คนที่เป็นข้าศึกนั้น เป็นชื่อ
แห่งอุปาทานขันธ์ ๕ คือ รูปขันธ์เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์ วิญญาณขันธ์ คำว่า
เพชฌฆาตคนที่ ๖ซึ่งเที่ยวไปในอากาศเงื้อดาบอยู่นั้น เป็นชื่อแห่งนันทิราคะ คำว่า บ้านร้างนั้น
เป็นชื่อแห่งอายตนะภายใน ๖ ฯ

[๓๑๖] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ถ้าแม้บัณฑิตผู้ฉลาด มีปัญญาใคร่ครวญ อายตนะภายใน ๖
นั้น ทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ก็จะปรากฏว่าเป็นของว่าง เปล่า สูญทั้งนั้น ฯ
คำว่า โจรผู้ฆ่าชาวบ้านนั้น เป็นชื่อแห่งอายตนะภายนอก ๖ ตาย่อมเดือดร้อนเพราะ
รูปเป็นที่พอใจและไม่พอใจ หูย่อมเดือดร้อน เพราะเสียงเป็นที่พอใจและไม่พอใจ จมูกย่อม
เดือดร้อนเพราะกลิ่นเป็นที่พอใจและไม่พอใจ ลิ้นย่อมเดือดร้อนเพราะรสเป็นที่พอใจและไม่พอใจ
กายย่อมเดือดร้อนเพราะโผฏฐัพพะเป็นที่พอใจและไม่พอใจ ใจย่อมเดือดร้อนเพราะธรรมารมณ์
เป็น ที่พอใจและไม่พอใจ คำว่า ห้วงน้ำใหญ่นั้น เป็นชื่อแห่งโอฆะทั้ง ๔ คือ กาโมฆะ ภโวฆะทิฏโฐฆะ อวิชโชฆะ คำว่า ฝั่งข้างนี้อันเป็นที่น่ารังเกียจ เต็มไปด้วยภัยอันตรายนั้น เป็นชื่อ
แห่งร่างกายของตน คำว่า ฝั่งข้างโน้นเป็นที่เกษม ปลอดภัยนั้นเป็นชื่อแห่งนิพพาน คำว่า
แพนั้น เป็นชื่อแห่งอริยมรรคมีองค์ ๘ ประการ คือสัมมาทิฐิ ฯลฯ สัมมาสมาธิ คำว่า
พยายามข้ามไปด้วยมือและเท้า เป็นชื่อแห่งวิริยารัมภะ คำว่า ผู้เป็นพราหมณ์ว่ายข้ามฟากถึง
ฝั่งโน้นแล้วขึ้นบกไป เป็นชื่อแห่งพระอรหันต์ ฯ (จากพระพุทธโอษฐ์)

๑๔ ตค.๖๐ ธรรมเทศนา และนั่งสมาธิ (๑๒-๑๗ ตค) คอร์สอานาปานสติ. ณ. ทีปภาวันธรรมสถาน เกาะสมุย สุราษฎร์ธานี.

๑๕ ตค ๖๐ แสดงพระธรรมเทศนา และปฏิบัติจิตตภาวนา คอร์สอานาปานสติสมาธิ ๑๒-๑๗ ตค.๖๐ ณ.ทีปภาวันธรรมสถาน เกาะสมุย สุราษฎร์ธานี.

เสียงธรรม

7803049_orig

มูลนิธิทีปภาวัน

มูลนิธิทีปภาวัน

        หลังจากที่ทางสำนักปฏิบัติธรรม ทีปภาวันธรรมสถาน ได้เริ่มก่อตั้งขึ้น ในปี 2547 ทีปภาวันธรรมสถาน ก็ได้ดำเนินกิจกรรมส่งเสริมการปฏิบัติธรรม ในรูปแบบของการจัดอบรมปฏิบัติธรรมภาคจิตภาวนา ให้กับประชาชนทั่วไป ทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ต่อเนื่องมา จนถึงปัจจุบัน

        ตลอดเวลาที่ผ่านมา ทีปภาวันธรรมสถาน ได้รับความร่วมมือและ การให้ความสนับสนุน จากชาวพุทธทุกหมู่เหล่า ทั้งประชาชนทั่วไป และหน่วยงานข้าราชการส่วนท้องถิ่น มาเป็นระยะ ๆ ทำให้ทีปภาวันธรรมสถาน สามารถเพิ่มประสิทธิภาพ ในการดำเนินกิจกรรมส่งเสริมการปฏิบัติธรรม ได้มากยิ่งขึ้น ทั้งในส่วนของการขยายกิจกรรมการฝึกอบรม ไปยังกลุ่มนักเรียนนักศึกษา เยาวชน ตลอดทั้งข้าราชการ และบุคลากร จากหน่วยงานและองค์กรภาคส่วนต่างๆ ได้ครอบคลุมกว้างขึ้น และยังได้จัดสถานที่อบรม ที่เป็นสับปายะและเกื้อกูลแก่ความก้าวหน้าเห็นผล แก่ผู้เข้าร่วมฝึกอบรม เพิ่มขึ้นอีก 2 แห่ง คือ สวนธรรมเภรี และ สวนป่าศิขรินท์สินธุและเพื่อให้กิจกรรมการจัดการอบรมธรรมปฏิบัติ ตามหลักพระพุทธศาสนา แก่ประชาชนทั่วไป สามารถดำเนินไปได้อย่างมั่นคงสมบูรณ์ยิ่งขึ้น พร้อมทั้งสามารถขยาย ส่งเสริม และสนับสนุน กิจกรรมอันเป็นสาธารณกุศล และสาธารณประโยชน์ด้านอื่นๆ พร้อมกันไปด้วย  ทางทีปภาวันธรรมสถาน จึงได้ยื่นคำขอจดทะเบียนจัดตั้งมูลนิธิการกุศล ในนาม “มูลนิธิทีปภาวัน” และทางทีปภาวันธรรมสถาน ได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนจัดตั้งมูลนิธิ จากผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี นายทะเบียนมูลนิธิจังหวัดสุราษฎร์ธานี ในลำดับทะเบียน เลขที่ 4/2553 ตั้งแต่วันที่ 31 สิงหาคม 2553

โดยมีวัตถุประสงค์ของมูลนิธิที่ระบุไว้ ในใบสำคัญแสดงการจดทะเบียนจัดตั้งมูลนิธิว่า

1. เพื่อให้ทีปภาวันธรรมสถาน เป็นที่อบรมคุณธรรมทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ

2. เพื่อสนับสนุนให้เยาวชนนักเรียนนักศึกษา ในอำเภอเกาะสมุยและที่อื่นๆ มีคุณธรรมและจริยธรรมยิ่งๆ ขึ้นไป

3. เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจพอเพียง โภชเน มัตตัญญุตา

4. เพื่อส่งเสริมการบริโภคอาหารที่ปลอดสารพิษ

5. เพื่ออนุรักษ์ธรรมชาติ ป่าไม้ ผืนแผ่นดิน และน้ำ

6. เพื่อบำเพ็ญประโยชน์แก่สาธารณชน ในด้านสาธารณสุขเท่าที่จะทำได้

7. ดำเนินการเพื่อสารณะประโยชน์ หรือร่วมมือกับองค์กรการกุศลอื่นๆ เพื่อสาธารณะประโยชน์

8. ไม่ดำเนินการที่เกี่ยวกับการเมืองแต่อย่างใด

คำสอนพระอาจารย์โพธิ์

อายุ ๗๖ ปี มีเหตุการณ์

pho 3 pho 4

ชื่อหนังสือ : อายุ 76 ปี มีเหตุการณ์
รายละเอียด : ชื่อเรื่อง : หนังสือคำกลอน
ผู้แต่ง / นักเขียน : พระภาวนาโพธิคุณ (โพธิ์ จนฺทสโร)
ประเภทปก : ปกอ่อน
จำนวน : 69 หน้า
พิมพ์ที่ :  เอมี่ เอ็นเตอร์ไพรส์
ปีที่พิมพ์ : 2552